22 จำนวนผู้เข้าชม |
จริงๆ แล้ว อาการลูกเดินเท้าบิดเข้าด้านในมีทั้งแบบที่ "สามารถหายเองได้ตามวัย" และ "แบบที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง" ครับ เรามาเช็กอาการของลูกน้อยไปพร้อมๆ กันตามช่วงวัย เพื่อจะได้ดูแลอย่างถูกวิธีครับ
สาเหตุของอาการเท้าบิดเข้าด้านในของเด็ก จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้ครับ
ลักษณะที่สังเกตได้: ปลายเท้าของลูกจะโค้งงอเข้าด้านใน โดยที่ส้นเท้ายังอยู่ในลักษณะปกติ เมื่อลองจับดัดให้ตรงจะดัดได้ แต่เท้าจะเด้งกลับไปรูปทรงเดิม
แนวทางการดูแล: ส่วนใหญ่แล้วอาการนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองเมื่อเด็กอายุประมาณ 3-4 ขวบ
⚠️ ข้อควรระวัง: หากพบว่าเท้าของลูกมีความแข็ง ตึง ดัดยาก หรือไม่ดีขึ้นเมื่อโตขึ้น แพทย์เฉพาะทางอาจพิจารณาให้ใส่เฝือกเพื่อจัดรูปเท้าให้เหมาะสมครับ
ลักษณะที่สังเกตได้: เวลาเด็กยืนจะดูเหมือนขามีลักษณะโก่ง และเวลาเดิน ปลายเท้าจะบิดไขว้เข้าหากันอย่างชัดเจน
แนวทางการดูแล: ภาวะนี้เกิดจากการจัดท่าทางของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ส่วนใหญ่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ เมื่อกระดูกและกล้ามเนื้อพัฒนาขึ้น
⚠️ ข้อควรระวัง: หากลูกอายุเกิน 4 ขวบแล้ว แต่กระดูกหน้าแข้งยังบิดเข้าด้านในอย่างรุนแรง หรือเดินสะดุดบ่อย แนะนำให้พามาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด
ลักษณะที่สังเกตได้: เวลาเดินจะเห็นทั้งหัวเข่าและปลายเท้าบิดม้วนเข้าหากัน และเด็กมักจะชอบนั่งท่า W-shape (นั่งทับขาตัวเองเป็นรูปตัว W) เพราะรู้สึกสบายกว่าการนั่งขัดสมาธิ
แนวทางการดูแล: โครงสร้างกระดูกต้นขาจะค่อยๆ ปรับมุมตรงขึ้นได้เองตามการเจริญเติบโต
⚠️ ข้อควรระวัง: หากเด็กอายุ 8-10 ขวบแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์ออร์โธปิดิกส์เด็กเพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง
แม้ว่าอาการเดินเท้าบิดเข้าด้านในส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากพบสัญญาณเตือน (Red Flags) เหล่านี้ ควรพามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางครับ:
บทความโดย: นายแพทย์อาสาฬ วงษ์จารุพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์เด็ก (กระดูกและข้อในเด็ก) ประจำ Medispine Clinic (เมดิสปาย คลินิก)
ข้อมูลอ้างอิง: Lovell and Winter's pediatric orthopaedics 8th Ed. และ www.orthobullets.com