ปวดข้อมือด้านนิ้วโป้งระวัง! รู้จักโรคเดอกาแวง (De Quervain's Tenosynovitis) เอ็นข้อมืออักเสบที่คนยุคใหม่เป็นกันบ่อย

30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปวดข้อมือด้านนิ้วโป้งระวัง! รู้จักโรคเดอกาแวง (De Quervain's Tenosynovitis) เอ็นข้อมืออักเสบที่คนยุคใหม่เป็นกันบ่อย

เคยไหม? อยู่ๆ ก็รู้สึกปวดข้อมือด้านนิ้วโป้ง เวลาบิดผ้า เปิดขวดน้ำ หรือแม้แต่ตอนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถก็เจ็บแปลบขึ้นมา อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรค De Quervain's Tenosynovitis หรือที่เรียกกันติดปากว่า "โรคเดอกาแวง" (ภาวะปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบด้านนิ้วโป้ง) วันนี้ Medispine Clinic โดย กภ.สุวรรณดี เจียมศิริ จะพามาเช็กสาเหตุ อาการ และแนวทางทางกายภาพบำบัดเพื่อรักษาก่อนที่อาการจะเรื้อรังกันครับ

สาเหตุหลักที่ทำให้เอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain's)

โรคนี้เกิดจากการหนาตัวและการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้ง ทำให้เส้นเอ็นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้งานข้อมือและนิ้วโป้งในท่าเดิมซ้ำๆ (Repetitive Strain Injury) เช่น:

  • พฤติกรรมคนเมือง: การเล่นสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน (Texting Thumb), การพิมพ์งานคอมพิวเตอร์ หรือใช้เมาส์ในท่าที่ไม่ถูกต้อง
  • กลุ่มคุณแม่ลูกอ่อน: การอุ้มลูกเป็นเวลานาน เกร็งข้อมือรองรับน้ำหนักตัวเด็ก (มักเรียกว่า Mommy's Thumb)
  • งานบ้านและงานสวน: การทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า บิดผ้า กวาดบ้าน หรือทำอาหารที่ต้องใช้แรงข้อมือสับ/ซอย
  • การเล่นกีฬาที่ใช้ข้อมือซ้ำๆ: เช่น แบดมินตัน, เทนนิส, กอล์ฟ หรือยกน้ำหนัก (Weight Training)

เช็กอาการด่วน! คุณกำลังเสี่ยงเป็น "เอ็นข้อมืออักเสบด้านนิ้วโป้ง" หรือไม่?

หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้สะสมเป็นเวลานาน ควรรีบเข้ามารับการตรวจเช็กเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องครับ:

  • เจ็บโคนนิ้วโป้ง: มีอาการปวดตึงหรือเสียวแปลบ บริเวณข้อมือด้านฝั่งนิ้วโป้ง
  • ปวดเมื่อขยับใช้งาน: เจ็บมากขึ้นอย่างชัดเจนเวลาที่ต้อง "กำมือ-บิดมือ-ยกของหนัก" เช่น ตอนหมุนเปิดฝาขวด บิดผ้า หรือยกกระทะ
  • ขยับนิ้วลำบาก: รู้สึกเจ็บแปลบมากขึ้นเมื่อพยายามเหยียดนิ้วโป้งตรง หรือกางนิ้วโป้งออกจากนิ้วอื่นๆ
  • มีอาการบวม: ในรายที่มีการอักเสบรุนแรง อาจสังเกตเห็นเนื้อเยื่อบริเวณโคนนิ้วโป้งบวมหนาขึ้น หรือจับแล้วรู้สึกอุ่นกว่าปกติ

แนวทางการรักษาและบรรเทาอาการปวดเอ็นข้อมืออักเสบ

เป้าหมายสำคัญของการรักษาคือ การลดการอักเสบ ลดความเจ็บปวด และฟื้นฟูให้ข้อมือกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีร่วมกัน:

  • การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด: เป็นวิธียอดนิยมและปลอดภัยสูง โดยนักกายภาพบำบัดจะใช้เครื่องมือทันสมัย เช่น High-Power Laser (เลเซอร์กำลังสูงลดปวด), Ultrasound Therapy (คลื่นเหนือเสียงลดอักเสบชั้นลึก) หรือ Shockwave Therapy ในรายที่เป็นเรื้อรัง เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมของเส้นเอ็น
  • การทำกายภาพบำบัดและออกกำลังกายเฉพาะจุด: การฝึกยืดเหยียดเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อมือ (Stretching Exercises) ร่วมกับการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเมื่ออาการอักเสบลดลงแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
  • การพักการใช้งานและการใส่อุปกรณ์พยุง: การปรับพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่ต้องเกร็งนิ้วโป้ง และอาจใช้เฝือกอ่อนหรือผ้าพยุงข้อมือและนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint) เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราว ให้เส้นเอ็นได้พัก
  • การฉีดยาลดอาการปวด (ในรายที่มีอาการรุนแรง): แพทย์อาจพิจารณาฉีดสารสเตียรอยด์เข้าปลอกหุ้มเส้นเอ็นเฉพาะจุด เพื่อลดการอักเสบและอาการปวดอย่างรวดเร็ว ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่ดีขึ้น

สรุป: ปวดข้อมืออย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง

คำแนะนำจากนักกายภาพบำบัด: หากเริ่มมีอาการเจ็บเสียวโคนนิ้วโป้ง การรีบเข้ามารับการรักษาทางกายภาพบำบัดตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ประหยัดเวลาและฟื้นตัวได้เร็วกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวและพังผืดเกาะ ซึ่งอาจลุกลามจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเพื่อปล่อยเอ็นครับ

หากคุณมีอาการปวดข้อมือ เดินทางมาปรึกษาและตรวจประเมินโครงสร้างกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นกับทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Medispine Clinic

บทความโดย: กภ.สุวรรณดี เจียมศิริ นักกายภาพบำบัดประจำ Medispine Clinic

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้