ปวดหลังล่างไม่หาย? อาจเป็นเพราะ "ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ" (Anterior Pelvic Tilt) เช็กวิธีแก้ด้วยตัวเอง

18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปวดหลังล่างไม่หาย? อาจเป็นเพราะ "ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ" (Anterior Pelvic Tilt) เช็กวิธีแก้ด้วยตัวเอง

คุณมีอาการปวดหลังล่างบ่อยๆ เวลานั่งทำงานนานๆ หรือไม่? หรือเคยสังเกตไหมว่าเวลาเดินหรือยืน ร่างกายเราดูมีลักษณะหลังแอ่นและพุงยื่นออกมาผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้อ้วนขึ้น?

อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา แต่อาจเกิดจาก "ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปด้านหน้า" (Anterior Pelvic Tilt) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่คนวัยทำงานมองข้าม วันนี้ Medispine Clinic โดย กภ.เกนศศิณี หัสเกลียน จะพามาเช็กสาเหตุ พร้อมแชร์วิธีแก้และท่าบริหารที่ถูกต้องเพื่อกู้คืนสมดุลร่างกายกันครับ

ภาวะหลังแอ่นก้นงอน คืออะไร? รู้จักโรคกระดูกเชิงกรานคว่ำ

หลายคนอาจเคยสังเกตตัวเองในกระจกแล้วพบว่ามีลักษณะ "หลังแอ่น ก้นงอน ยืนพุงยื่น" จนทำให้เสียบุคลิกภาพ อาการเหล่านี้ในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปด้านหน้า (Anterior Pelvic Tilt) ภาวะนี้คือการที่กระดูกเชิงกรานหมุนเอียงไปข้างหน้ามากเกินไปจนไม่อยู่ในแนวตรงตามปกติ ส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโดนดึงให้แอ่นตาม ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดทับบริเวณข้อต่อและหมอนรองกระดูกหลังส่วนล่าง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการ ปวดหลังล่าง (Low Back Pain) เรื้อรังนั่นเอง

ทำไมคนออฟฟิศถึงเสี่ยง? สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อไม่สมดุล

พฤติกรรมยอดฮิตของวัยทำงานคือการ นั่งทำงานนานๆ อยู่ในท่าเดิมที่ไม่ถูกต้อง (Prolonged Sitting) การนั่งแช่อยู่กับเก้าอี้เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมดุลกล้ามเนื้อ (Muscle Imbalance) ในลักษณะไขว้กัน (Lower Crossed Syndrome) ดังนี้ครับ:

  • กล้ามเนื้อที่ตึงตัวเกินไป (Tight Muscles): กล้ามเนื้อหน้าขา/ตัวงอสะโพก (Hip Flexors) และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง (Lower Back Muscles) จะหดตัวและตึงรั้งตลอดเวลาจากการนั่ง
  • กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง (Weak Muscles): กล้ามเนื้อก้น (Glutes) และกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Abs/Core Muscles) จะถูกยืดออกและขาดการออกแรง จนอยู่ในภาวะ "ปิดการทำงาน" หรืออ่อนแรง

เมื่อกล้ามเนื้อด้านหน้าและด้านหลังไม่สมดุลกัน กล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงจะดึงรั้งเชิงกรานให้คว่ำไปข้างหน้า ส่วนกล้ามเนื้อท้องที่อ่อนแรงก็ไม่มีกำลังพอที่จะดึงเชิงกรานกลับมาให้อยู่ในแนวตรง ผลลัพธ์คืออาการปวดหลังส่วนล่างที่กินยาหรือนวดแก้ปวดทั่วไปก็ไม่หายขาดสักที

3 ท่าบริหารแก้กระดูกเชิงกรานคว่ำ และลดอาการปวดหลังล่างด้วยตัวเอง

1. ท่าฝึกคุมเชิงกราน (Pelvic Tilt Exercise)

วิธีทำ: นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น จากนั้นเกร็งหน้าท้องเพื่อกดหลังส่วนล่างให้แนบสนิทไปกับพื้นดิน (Posterior Pelvic Tilt) โดยไม่ยกสะโพก ค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง

ประโยชน์: ช่วยฝึกให้สมอง ระบบประสาท และกล้ามเนื้อจดจำตำแหน่งเชิงกรานที่ถูกต้องในแนวตรง

2. ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าขาและหลังล่าง (Stretching)

วิธีทำ: ทำท่าก้าวขากลืนเข่า (Lunge) โดยให้เข่าด้านหนึ่งอยู่บนพื้น ดันสะโพกไปด้านหน้าเล็กน้อยจนรู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหน้า (Hip Flexor Stretch) ค้างไว้ 15-20 วินาที ทำสลับซ้าย-ขวา

ประโยชน์: ช่วยลดแรงดึงรั้งจากกล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงเกินไป ซึ่งเป็นตัวการดึงให้เชิงกรานคว่ำ

3. ท่าเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อท้องและก้น (Strengthening)

  • ท่า Plank: นอนคว่ำ ตั้งศอก เกร็งลำตัวและหน้าท้องให้ตรงเป็นแผ่นเดียวกัน ไม่ให้หลังแอ่น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว (Core Muscles)
  • ท่า Glute Bridge: นอนหงายชันเข่า จากนั้นออกแรงเกร็งก้นเพื่อยกสะโพกขึ้นตรง ให้ลำตัวเป็นแนวตรงจากเข่าถึงไหล่ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อก้น (Glutes) ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป: ปรับบุคลิกภาพ ตัดวงจรปวดหลังล่างที่ต้นเหตุ

คำแนะนำจากนักกายภาพบำบัด: การปรับกระดูกเชิงกรานคว่ำต้องอาศัยวินัยในการปรับพฤติกรรม ร่วมกับการออกกำลังกายสร้างความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หากลองบริหารด้วยตัวเองแล้วอาการปวดหลังยังไม่ดีขึ้น หรือปวดร้าวลงขาร่วมด้วย ควรพบนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด เพราะโครงสร้างร่างกายของแต่ละคนมีจุดติดขัดที่แตกต่างกันครับ

คุณสามารถเดินทางเข้ามาปรึกษา วางแผนการปรับโครงสร้างร่างกาย และรักษาอาการปวดหลังล่างด้วยเครื่องมือกายภาพบำบัดที่ทันสมัยได้ที่ Medispine Clinic

บทความโดย: กภ.เกนศศิณี หัสเกลียน นักกายภาพบำบัดประจำ Medispine Clinic (เมดิสปาย คลินิก)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้