16 จำนวนผู้เข้าชม |
คุณมีอาการปวดหลังล่างบ่อยๆ เวลานั่งทำงานนานๆ หรือไม่? หรือเคยสังเกตไหมว่าเวลาเดินหรือยืน ร่างกายเราดูมีลักษณะหลังแอ่นและพุงยื่นออกมาผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้อ้วนขึ้น?
อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา แต่อาจเกิดจาก "ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปด้านหน้า" (Anterior Pelvic Tilt) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่คนวัยทำงานมองข้าม วันนี้ Medispine Clinic โดย กภ.เกนศศิณี หัสเกลียน จะพามาเช็กสาเหตุ พร้อมแชร์วิธีแก้และท่าบริหารที่ถูกต้องเพื่อกู้คืนสมดุลร่างกายกันครับ
หลายคนอาจเคยสังเกตตัวเองในกระจกแล้วพบว่ามีลักษณะ "หลังแอ่น ก้นงอน ยืนพุงยื่น" จนทำให้เสียบุคลิกภาพ อาการเหล่านี้ในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปด้านหน้า (Anterior Pelvic Tilt) ภาวะนี้คือการที่กระดูกเชิงกรานหมุนเอียงไปข้างหน้ามากเกินไปจนไม่อยู่ในแนวตรงตามปกติ ส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโดนดึงให้แอ่นตาม ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดทับบริเวณข้อต่อและหมอนรองกระดูกหลังส่วนล่าง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการ ปวดหลังล่าง (Low Back Pain) เรื้อรังนั่นเอง
พฤติกรรมยอดฮิตของวัยทำงานคือการ นั่งทำงานนานๆ อยู่ในท่าเดิมที่ไม่ถูกต้อง (Prolonged Sitting) การนั่งแช่อยู่กับเก้าอี้เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมดุลกล้ามเนื้อ (Muscle Imbalance) ในลักษณะไขว้กัน (Lower Crossed Syndrome) ดังนี้ครับ:
เมื่อกล้ามเนื้อด้านหน้าและด้านหลังไม่สมดุลกัน กล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงจะดึงรั้งเชิงกรานให้คว่ำไปข้างหน้า ส่วนกล้ามเนื้อท้องที่อ่อนแรงก็ไม่มีกำลังพอที่จะดึงเชิงกรานกลับมาให้อยู่ในแนวตรง ผลลัพธ์คืออาการปวดหลังส่วนล่างที่กินยาหรือนวดแก้ปวดทั่วไปก็ไม่หายขาดสักที
วิธีทำ: นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น จากนั้นเกร็งหน้าท้องเพื่อกดหลังส่วนล่างให้แนบสนิทไปกับพื้นดิน (Posterior Pelvic Tilt) โดยไม่ยกสะโพก ค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง
ประโยชน์: ช่วยฝึกให้สมอง ระบบประสาท และกล้ามเนื้อจดจำตำแหน่งเชิงกรานที่ถูกต้องในแนวตรง
วิธีทำ: ทำท่าก้าวขากลืนเข่า (Lunge) โดยให้เข่าด้านหนึ่งอยู่บนพื้น ดันสะโพกไปด้านหน้าเล็กน้อยจนรู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหน้า (Hip Flexor Stretch) ค้างไว้ 15-20 วินาที ทำสลับซ้าย-ขวา
ประโยชน์: ช่วยลดแรงดึงรั้งจากกล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงเกินไป ซึ่งเป็นตัวการดึงให้เชิงกรานคว่ำ
คำแนะนำจากนักกายภาพบำบัด: การปรับกระดูกเชิงกรานคว่ำต้องอาศัยวินัยในการปรับพฤติกรรม ร่วมกับการออกกำลังกายสร้างความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หากลองบริหารด้วยตัวเองแล้วอาการปวดหลังยังไม่ดีขึ้น หรือปวดร้าวลงขาร่วมด้วย ควรพบนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด เพราะโครงสร้างร่างกายของแต่ละคนมีจุดติดขัดที่แตกต่างกันครับ
คุณสามารถเดินทางเข้ามาปรึกษา วางแผนการปรับโครงสร้างร่างกาย และรักษาอาการปวดหลังล่างด้วยเครื่องมือกายภาพบำบัดที่ทันสมัยได้ที่ Medispine Clinic
บทความโดย: กภ.เกนศศิณี หัสเกลียน นักกายภาพบำบัดประจำ Medispine Clinic (เมดิสปาย คลินิก)